Free Cursors

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่4

🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠 🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠


💡 บันทึกอนุทนครั้งที่4  📝 


วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ 2563

เวลา 08.30 - 12.30 น.

📚 กิจกรรมในห้องเรียน📚

🚩กิจกรรมที่1

🎨 อาจารย์มีการพูดคุยก่อนจะเข้าสู่บทเรียนและอาจารย์พูดลักษณะของเด็กที่มีอายุ 3-5 🎨

 🐣 เด็ก 3 ขวบ มีลักษณะ ดังนี้

สามารถสำรวจสิ่งต่างๆรอบๆตัวเองได้ สามารถบอกชื่อตัวเองได้ สนทนาโต้ตอบกับเราได้ และในวัยนี้ยังจะชอบฟันิทานหรือสนใจนิทานเป็นพิเศษ

🐣 เด็ก 4 ขวบ มีลักษณะ ดังนี้

สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ สำรวจสิ่งรอบข้างได้มากขึ้น สามารถบอกชื่อนามสกุลของตนเองได้ 

สนทนาโต้ตอบเป็นประโยคสั้นๆได้  

🐣 เด็ก 5 ขวบ มีลักษณะ ดังนี้

บอกความแตกต่างได้ และสามารถบอกเล่าเป็นประโยคได้ชัดเจนมากขึ้น

🌞 คำศัพท์ภาษอังกฤษ 🌞

Survey = สำรวจ
Bird = นก
Music = เพลง
Talk = การพูดคุย
Chicken = ไก่

                     📊 ประเมิน อาจารยผู้สอน เพื่อนและตนเอง 📈

💭 ประเมินอาจารย์ 👩‍🏫

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา มีน้ำเสียงดีน่าฟัง 

💭 ประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียน 👩‍🏫

เพื่อนมาเรียนตรงเวลาไม่มีใครมาสายเกินกว่าเวลา มีการเตรียมตัวมานำเสนอได้ดี

💭 ประเมินตนเอง👩‍🏫

ตั้งใจเรียนที่อาจารย์สอน และตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนองานอย่างตั้งใจ แต่งตัวถูกระเบียบ มาเรียนตรงต่อเวลา




🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠 🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠🐠



วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่3

🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋


 💡บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่3 📝

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2563

เวลา 8.30 - 11.30 

📚 กิจกรรมในห้องเรียน 📚

🚩กิจกรรมที่1 

วันนี้อาจารย์เกี่ยวกับการชุมนุมที่เด็กนักเรียนหรือกลุ่มของประชาชนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวกันชุมนุงที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย และมีการถามความคิดเห็นของนักเรียน  หลังจากที่อาจารย์ได้คุยจบก็เริ่มเข้าสู่บทเรียนโดยการที่ให้นักศึกษาทำ my mapping 💌 โดยการที่นำความรู้เดิมที่เรียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาสรุปอีกครั้งว่าการเรียนในการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ว่าเรียนอะไรอย่างไรบ้างแล้วนำงานโพสลงใน Padlet

👇👇👇👇

สามารถดู Padlet ได้ที่นี่ 


                                   🍅 คำศัพท์ภาษาอังกฤษ 🍅

Comments  = ความคิดเห็น

Democracy = ประชาธิปไตย

Phenomenon = ปรกฏการณ์

Surroundings = สิ่งรอบตัว

Screening = คัดกรอง


🐌 ประเมิน อาจารย์ผู้สอน เพื่อนตนเอง 🐌

💭 ประเมินอาจารย์ 👩‍🏫

อาจารย์เข้าสอนตรงเวลา และมีวิธีการอธิบายที่ทำให้เด็กเข้าใจได้ง่าย ใช้วิธีการสอนที่ไม่ซ้ำซ้อน

💭 ประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียน 👩

มาเรียนตรงเวลา และเพื่อนแต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมกิจกรรมในห้องอย่างดี

💭 ประเมินตนเอง 👧

มาเรียนตรงเวลาไม่สายไม่มาช้า แต่งกายเรียบร้อยถูกระเบียบ ตั้งใจฟังที่อาจารย์พูด

  

 🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋🍋

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2563

สรุปวิจัยวิทยาศาสตร์

🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉

🚀🚀 สรุปวิจัยวิทยาศาสตร์ 🌋🌋

เรื่อง การพัฒนาการคิดทางบวกสำหรับเด็กปฐมวัยกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้

ปริญญานิพนธ์
ของ
ปรมาภรณ์   ทองสุ

👇👇👇👇

💌 คลิ๊กดูวิจัยได้ที่นี่ 💌


วัตถุประสงค์ของวิจัย 🌱

1.  เพื่อศึกษาการคิดทางบวกของเด็กปฐมวัย  ที่ได้รับกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ก่อนและหลังการทดลอง
2.  เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการคิดทางบวกของเด็กปฐมวัย  ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้กับกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกตก่อนและหลังการทดลอง

ความสำคัญของการวิจัย 🌼

             การศึกษาครั้งนี้ทำให้ทราบถึงผลของกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  ที่มีต่อความสามารถในการคิดทางบวกของเด็กปฐมวัย  ซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับครูผู้สอน  และ
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย  ในการพัฒนาหลักสูตรระดับปฐมวัยและการจัดกิจกรรม 
 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยที่เกี่ยวกับความสามารถในการคิดโดยเฉพาะการคิดทางบวกซึ่งเป็นการมองโลดในทางที่ดี

ขอบเขตของการวิจัย 💫

         ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
         ประชากรที่ใช้ในการวิจัย   
         ประชากรที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียน ชาย-หญิง อายุระหว่าง 5-6 ปี 
ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนอนุบาลกันทรารมย์ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษเขต 1 จำนวน
 ห้องเรียนทั้งหมด 4 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น 120 คน
         👉👉 กลุ่มตัวอย่างใช้ในการวิจัย 👈👈

           กลุุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียน ชาย-หญิง  อายุระหว่าง 5-6 ปี  ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนอนุบาลกันทรารมย์ 
อำเภอกันทรารมย์  จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 30 คน โดยสุ่มแบบ 2 ขั้นตอน โดยจับสลากมา 1 ห้องเรียนจากจำนวนห้องเรียนทั้งหมด 4 ห้องเรียนและจับสลากแบ่งนักเรียนในกลุ่มที่สุ่มได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 15 คน แล้วจับสลากอีกครั้งเพื่อกำหนดให้เป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม

ตัวแปรศึกษา 🌻

1.ตัวแปรอิสระ  ได้แก่ กิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย  ในการวิจัยครั้งนี้มี 2 รูปแบบ ได้แก่ 
           1.1  กิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
           1.2  กิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ
2. ตัวแปรตาม   ได้แก่ ความสามารถในการคิดทางบวก
            2.1   การคิดทางบวกต่อตนเอง
            2.2   การคิดทางบวกต่อผู้อื่น
            2.3   การคิดทางบวกต่อสังคม

ระยะเวลาในการทดลอง 🌾

            การศึกษาครั้งนี้ทำการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 ระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30-40 นาที รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง    

📌📌 สรุปการวิจัย  📌📌

1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ มีความสามารถในการคิดทางบวก  หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง   อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .01 โดยรวมและรายด้าน
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้และที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ  มีความสามารถในการคิดทางบวก  แตกต่างกัน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
โดยรวมและรายด้าน



🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉🍉


สรุปวิจัยคณิตศาสตร์

🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓


📐 สรุปวิจัยคณิตศาสตร์ 📏

เรื่อง การเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
ที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง
กับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู

โดย
นางสุธีรา  ท้าวเวชสุวรรณ

👇👇👇👇

💌 คลิกดูวิจัยได้ที่นี่ 💌


วัตถุประสงค์ของการวิจัย 💥

1.เพื่อเปรียบเทียบความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย  ที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง กับ การจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู
2.เพื่อศึกษาความคิดเห็นของเด็กปฐมวัย  ที่มีต่อการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง  
กับ  การจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู

ขอบเขตของการวิจัย 💫

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
  1.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  ได้แก่  นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2547 โรงเรียนอนุบาลกาญจณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจณบุรี เขต 1 จากนักเรียน 
6 ห้องเรียน จำนวน 180 คน
  1.2  กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่  นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 โรงเรียนอนุบาลกาญจณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาญจณบุรี เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2547 จำนวน 2 ห้องเรียน จำนวน 60 คน
ซึ่งได้จากการสุ่มตัวออย่างอย่างง่าย โดยใส่หมายเลขห้องเรียนทั้ง 6 ห้อง ได้แก่ อนุบาล 2/1 - อนุบาล 2/6 แล้วจับฉลากขึ้นมาจำนวน 2 ห้องเรียน ได้แก่ ห้องอนุบาล 2/4 เป็นห้องทดลอง
และห้องอนุบาล 2/6 เป็นห้องควบคุม 

ตัวแปรที่ศึกษา 🌱

   1. ตัวแปรอิสระได้แก่
      1.1  การจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง
      1.2  การจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู
   2. ตัวแปรตาม  ได้แก่
       2.1  ความพร้อมทางคณิตศาสตร์  ของเด็กปฐมวัยประกอบด้วย
              1) การนับสิ่งต่างๆ เช่น การนับจำนวน 1-10
              2) การจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง เช่น การจับคู่ภาพกับจำนวน
              3) การเปรียบเทียบจำนวนมากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ เช่น การเปรียบเทียบจำนวนกับจำนวน 
หรือ เปรียบเทียบจำนวนกับภาพ
              4) การนับจำนวนเพิ่ม-ลด เช่น การบวกภาพ การลบภาพ 
       2.2  ความคิดเห็นของเด็กปฐมวัยที่มีต่อการจัดประสบการณ์  โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง  
และการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู
ขอบเขตของเนื้อหา 🌼

เนื้อหาที่นำมาสร้างแผนการจัดประสบการณ์  ได้แก่  เนื้อหาจากหน่วยการจัดประสบการณ์  
ชั้นอนุบาลปีที่ 2 จำนวน 4 หน่วย คือ ผลไม้น่ากิน ผัดสดสะอาด สัตว์น่าเลี้ยง ผีเสื้อแสนสวย

ระยะเวลา 🌻

ใช้เวลาในการดำเนินการทดลอง 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 20 นาที โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์จำนวน 20 แผน  

📌📌 สรุปผลการวิจัย 📌📌

1. หลังจัดประสบการณ์ของเด็กปฐมวัย กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยความพร้อมทางคณิตศาสตร์แตกต่างกัน อย่างมีวินัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 โดยความพร้อมทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย กลุ่มทดลองที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงสูงกว่ากลุ่มควบคุมที่จัดประสบการณ์ตามคู่มือครู  โดยเรื่องการจับคู่หนึ่งต่อหนึ่ง  ได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุด ส่วนเรื่องการนับจำนวนเพิ่ม-ลด ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด 
2.ความคิดเห็นของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2   ที่มีต่อวิธีการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลง  กับการจัดประสบการณ์ตามคู่มือครู  พบว่า  เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 2 กลุ่มทดลองที่จัดประสบการณ์โดยใช้เกมการศึกษาและเพลงโดยภาพรวมมีระดับความพอใจมากในทุกด้าน เรียงตามลำดับดังนี้  ลำดับที่1  ด้านการจัดบรรยากาศ  คิดเป็นร้อยละ 100.00 ลำดับที่ 2 ด้านการจัดประสบการณ์  คิดเป็นร้อยละ 95.05  และพบว่า  เด็กปฐมวัยกลุ่มควบคุมที่จัดประสบการณ์ตามคู่มือครู  มีความพึงพอใจ เรียงลำดับดังนี้ ลำดับที่1 ด้านบรรยากาศ คิดเป็นร้อยละ 92.78  ลำดับที่ 3 ด้านกิจกรรมในการจัดประสบการณ์   คิดเป็นร้อยละ 91.67   โดยด้านบรรยากาศ  
เด็กปฐมวัยมีความพึงพอใจมากสูงเท่ากันทั้ง 2 กลุ่ม 




🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓🍓

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่2

🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵

💡 บันทึกการเรียนครั้งที่2 📝 

วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ 2563
เวลา 8.30-12.30

📚 กิจกรรมในห้องเรียน 📚
🚩กิจกรรมที่1
อาจารย์ได้มอบหมายงานไว้ให้ทำภายในชั้นเรียนให้เสร็จโดยการให้สรุปบทความ วิจัย และให้หาคลิปตัวอย่างการสอนของวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และให้ทำการเช็คชื่อโดยการถ่ายรูปลงใน padlet เพื่อนเป็นการเช็คชื่อว่าใครมาเรียนในคลาสวันนี้บ้าง
👇👇👇
🥑 สามารถคลิ๊กดู padlet ได้ที่นี่ 🥑

🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅🍅


📊 ประเมินอาจารย์ผู้สอน เพื่อนและตนเอง 📈

💭 ประเมินอาจารย์ผู้สอน 👩‍🏫
อาจารย์ได้มีการวางแผนในการมอบหมายงานให้นักเรียนและมีการอธิบายงานอย่างละเอียด

💭 ประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียน 👩
มีความช่วยเหลือซึ่งกันและกันและคอยแนะนำในสิ่งที่เพื่อนบางคนไม่ได้รับรู้ข่าวสาร

💭 ประเมินตนเอง 👧
เข้าเรียนตรงเวลา แต่งกายเรียบร้อย และทำงานที่ได้รับมอบหมายมาอย่างเต็มที่


🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵🌵

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่1

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄

💡บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่1📝

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ 2563
เวลาเรียน 08.30-12.30

📚กิจกรรมในห้องเรียน📚
       🚩กิจกรรมที่1
เป็นการพบปะอาจารย์ครั้งแรกระหว่าง นักศึกษาและอาจารย์ผู้สอนและพูดคุยทำข้อ
ตกลงต่างๆในการอยู่ร่วมกันขณะอยู่ในชั้นเรียน
       🚩 กิจกรรมที่ 2 
อาจารย์แจกกระดาษให้เด็กๆคนละ1แผ่น เพื่อนให้นักกศึกษาเขียนจุดเด่นหรือลักษณะเฉพาะของตัวเองที่คนอื่นสามารถอ่านแล้วทายได้ว่าเป็นตัวเรา หลังจากที่อาจารย์แจกให้นักศึกษาเขียนจนครบ อาจารย์จะอ่านทีละแผ่นและให้เพื่อนๆทายว่าคือใครจนครบทุกคน และอาจารย์ยังสอนว่าเราควรเลือกเขียนลักษณะภายนอกไม่ใช่เขียนความรู้สึกเพราะจะไม่มีใครเดาได้ว่าเป็นเรา เช่น ลักษณะหน้าตา
ร่างกาย ส่วนสูง สีผิว ผมยาว👩 ผมสั้น 🧒เป็นต้น 
       🚩 กิจกรรมที่ 3
อาจารย์ได้ให้ทำ my mapping📝หัวข้อเรื่องการจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับ
เด็กปฐมวัย โดยให้นักศึกษาคิดเกี่ยวกับวิชานี้ว่าควรจะต้องเรียนอะไร❓❓และให้แตกออกมาเป็น
หัวข้อต่างๆโดยอยู่ภายใต้ความคิดของตนเองโดยห้ามลอกเลียนแบบหรือ coppy
จากอินเตอร์เน็ตโดยเด็ดขาด ❌



         📢คำศัพท์ภาษาอังกฤษประจำสัปดาห์  ✨
                                         
🐌1.Research = วิจัย
🐌2. Science = วิทยาศาสตร์
🐌3. Mathematics = คณิตศาสตร์
🐌4. Learning = การเรียนรู้
🐌5. Skill = ทักษะ
            
        📊ประเมิน อาจารยผู้สอน เพื่อนและตนเอง📈


💭 ประเมินอาจารย์ผู้สอน 👩‍🏫
อาจารย์มีวิธีการสอนที่แตกต่างจากอาจารย์ท่านอื่นคืออจารย์มีวิธีการพูดที่น่าสนใจทำให้เด็กได้คิดตามและอาจารย์จะคอยให้เด็กตอบคำถามตามหัวข้อต่างๆทำให้เด็กได้ฝึกคิดและยังสอดแทรกวิธีการสอนต่างๆทำให้นักศึกษาได้รับความรู้นอกเหนือจากวิาที่เรียน
💭 ประเมินเพื่อนร่วมชั้นเรียน 👩
เพื่อนให่ความร่วมมือในการทำกิจกรรมทุกคนแต่จะมีบางคนที่ยังไม่สนใจบ้างบางครั้ง เพื่อนๆมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่เมื่อถึงเวลาที่จะเรียนเพื่อนจะมาเตรียมตัวรออาจารย์ก่อนเสมอและมีการประสานงานกันภายในห้องเรียนได้ดีเยี่ยม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
💭 ประเมินตนเอง 👧
มีความตั้งใจที่จะมาเรียนให้ตรงเวลาแต่ในชั้นเรียนยังมีไม่สนใจบ้างในบางครั้ง แต่เมื่อได้รับมอบหมายงานตั้งใจที่จะรับฟังอาจารย์พูดและทำงานให้บรรลุเป้าหมายของตนเองเสมอ แต่งกายถูกระเบียบ

🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄🍄